ผู้แต่ง : ไทยวรรษ สีทันดรสมุทร

<< ผมไม่รู้จักกับคนเขียนบทความแต่อย่างใด

ที่มา: http://my.dek-d.com/cammy/story/viewlongc.php?id=148896&chapter=14

คุณฐาวรา สิริพิพัฒน์หรือ-- Dr.pop -- เจ้าของนวนิยายวิทยาศาสตร์ แฟนตาซี เรื่อง ไวท์โรด ในเวบไซต์ http://www.dek-d.com/dek-d/entertain/story23 จน เป็นที่นิยมได้รับการโหลดเข้ามาชมมากที่สุดของเวบขึ้นชาร์ตอันดับ 1 คือตัวอย่างเด็กไทยรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนภาพพจน์ของเด็กเล่นเกมมาเป็นนักเขียน นวนิยายแฟนตาซีแทนที่จะเป็นชอบใช้ความรุนแรงตามคำนิยามเก่าๆ
ด้วยความ ที่ชอบเล่นเกมคอมพิวเตอร์ตั้งแต่เด็ก แค่อายุ 14 ปี ป๊อปสามารถวางพล็อตเรื่องได้ และเริ่มเขียนนวนิยายลงทางอินเทอร์เน็ตเมื่อเดือนตุลาคม 2544 โดยดึงเอาส่วนที่ดีและส่วนที่ไม่ดีในการเล่นเกมคอมพิวเตอร์ มาสร้างตัวละคร..

"ไวท์โรด เป็นเรื่องราวของโลกอากาเซียคล้ายเมืองลับแลซึ่งคนปกติธรรมดาไม่รู้จักจะ เป็นที่รู้จักเฉพาะกลุ่ม ผู้มีพลังพิเศษ ไวท์โรด เป็นโรงเรียนที่ทันสมัยไปด้วยอุปกรณ์การเรียนการสอนใช้เทคโนโลยีขั้นสูง แม้แต่พนักงานขายอาหาร สินค้าเบ็ดเตล็ด ยังเป็นหุ่นยนต์ เซราลอยด์ สามารถตอบโต้สนทนา

เนื้อที่ภายในโรงเรียนกว้างใหญ่ไพศาลที่พักจัดให้อยู่ลำพังภายในห้องพักมี คอมพิวเตอร์ให้ประจำส่วนตัวนักเรียนทุกคน และมีสถานที่พักผ่อนในรูปแบบเกมคอมพิวเตอร์ออนไลท์ขนาดมหึมา และตัวเอกของเรื่องก็คือ พอล ซึ่งมีพลังไฟฟ้าสถิตย์ 200,000 โวลต์ แถมยังเรียนสาขาปราบปรามและป้องกัน (ศิลปะการต่อสู้) แต่เขาไม่สามารถควบคุมพลังงานของตัวเองได้ ถ้าโกรธมากหรือจุดอับ มันจะระเบิดออกมา ดังนั้นเขาจึงถูกส่งตัวมายังโลกอากาเซีย เพื่อประเมินว่าสิ่งที่เรียนรู้ไปสามารถนำมาใช้หรือควบคุมที่ให้ได้หรือ ไม่...

ป๊อปบอกว่า ไวท์โรด จะเป็นเรื่องยาวซึ่งมีทั้งหมด 4 ภาค ที่เขียนลงทางอินเทอร์เน็ตมีเพียงเฉพาะภาคแรกเท่านั้น

ที่อ่านข้างต้นนั้นคือเกริ่นเรื่องราวคร่าวๆก่อนจะเข้าสู่หัวข้อหลักของ Blogนี้ครับ เนื่องจากที่ผ่านมามีกระทู้ชำแหละกันแหลกถึงนิยายแฟนตาซีเรื่องนี้ทำให้ เกิดวาทะเด็ดๆอย่างสงสารต้นไม้ที่สละชีพ..มาพิมพ์งานของ ดร. ท่านนี้จัง
มีกระทู้ถึงเรื่องนี้ทีไร ต้องมีประชดซะทุกครั้งไปทั้งๆที่ผมเองก็ไม่เคยอ่านเลยนะ พาลทำให้ผมไม่กล้าอ่านตามไปด้วย กลัวเสียเวลาทำมาหากินอันมีค่าไป
แต่ก็น่าแปลกที่ยังมีเยาวชนในบอร์ดเด็กดีดอทคอมอยู่หลายคนออกมาปกป้องสนับ และสนุนผลงานอยู่เรื่อยไป ผมก็ไม่อยากพูดอะไรมากหรอกครับแค่เก็บตกเนื้อหาชำแหละมาเท่านั้นแถมไม่ได้ ตามอ่านเรื่องนี้ด้วย
นี่คือคำวิจารณ์เมื่อนานมาแล้วจากในพันทิปซึ่งผมเก็บมาครับ

เริ่มแรกที่ได้อ่านไวท์โรด ความรู้สึกคือมันออกจะคล้ายกับเป็นการ์ตูนและผมก็รู้สึกแปลกมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออ่านถึงบทที่ 1 เป็นต้นไปฉากที่พระเอกตื่นขึ้นมาในห้องพยาบาล มันเหมือนกับไฟนอล 8 ชอบกล จากนั้นผมก็ต้องแปลกใจไปเรื่อยกับการที่เนื้อเรื่องเป็นการผสมกันระหว่าง ไฟนอล 8 และ แฮรรี พอตเตอร์
จุดผิดพลาดที่ทุกคนน่าจะรู้กันคือ
1.การมั่นใจในการเขียนของตัวเองมากเกินไปของคนเขียน ซึ่งอาจจะเป็นผลที่เขาไม่เคยอ่านหนังสืออะไรมากเท่านักเขียนปกติ หรือการที่มีแต่เด็กซึ่งประสบการณ์พอกันมาชมเรื่องของตัวเองก็ตาม ทำให้เกิดการใช้โปรโมทด้วยถ้อยคำโฆษณาเกินจริง ซึ่งส่งผลสะท้อนกลับให้เป็นการคาดหวังที่สูงเหลือเกินของคนที่ได้ยินและ เมื่อเขาได้อ่านแล้วพบว่ามันไม่สมราคาคุยนั้นก็ความผิดหวังจะมากกว่า เรื่องอื่นๆเป็นเท่าตัวน่าเสียดายเหลือเกินเป็นการไม่ฉลาดเลยที่ต้องการดัง จนทำแบบนี้ เพราะแทนที่จะได้คำวิจารณ์แบบว่า ก็ดีนะแต่ต้องปรับปรุงอีก ก็ได้เป็นความเกลียดของคนจำนวนมากแบบตอนนี้แทน
2.เนื้อเรื่องที่ไม่กลมกลืนไม่สมจริงเหมือนคนเขียนไม่เข้าใจในเทคนิคการ เขียนเรื่องพื้นฐาน เช่นการที่ให้ทุกคนในโรงเรียนนี้รักพระเอกกันหมดและ รู้สึกดีกับพระเอกกันทันที ให้พระเอกเป็นคนดังทันทีที่ก้าวมาในโรงเรียนโดยเหตุผลแค่ว่าเขาหล่อ ดูจะเบาหวิวเหลือเกิน เหมือนคนเขียนลอกสูตรมาจากแฮรรี่ ว่าคนอ่านชอบตรงมีคนอื่นชื่นชมแฮรรี่ ดังนั้นเขาจึงทำให้พอลมีคนรักมากๆ และรักมากกว่าแฮรรี่อีกโดยหวังจะให้คนอ่านชอบมากกว่า แต่สิ่งที่ออกมากลายเป็นความไร้เหตุผล เพราะไม่มีอะไรมารองรับคนเขียนอาจจะไม่เข้าใจว่าแฮรรี่มีการปูพื้นมาทั้งใน เรื่องและกับคนอ่านเพื่อให้คนอ่านรู้สึกดีก่อนแล้ว แต่ตัวละครพอลของเขาไม่ได้เป็นเช่นนั้น ที่แย่ที่สุดคือการให้ผู้หญิงทั้งโรงเรียนเป็นเหมือนตัวการ์ตูนที่งี่เง่า ที่ไร้ตามจีบพระเอก เหมือนจะปล้ำผู้ชาย และให้พระเอกวิ่งหนีเข้าห้องน้ำเป็นการเขียนที่แสดงถึงนิสัยเพศชายของคน เขียนที่ไร้มารยาทและดูถูกเพศแม่ของตัวเอกสิ้นดี ไม่ว่าเขาจะหวังให้ชีวิตของตัวเองเป็นอย่างไรก็ตามก็ไม่ควรจะเขียนอย่างนี้
3.การต่อสู้แบบดาร์ก้อนบอล ที่ลอยไปปล่อยพลัง ชื่อไฟนอลแฟลช (ที่ชื่อเหมือนท่าของเบจิต้า) ทำให้เรื่องออกมาเป็นการ์ตูนที่ไม่มีภาพ และทีให้เรื่องดูไร้คลาสไปชอบกล และตรงนี้ก็แสดงให้เห็นอีกว่า เรื่องที่ผ่านมาดูจะไม่ได้ปูให้เห็นเลยว่าทำไมพระเอกที่ตอนแรกไม่เข้าใจ พลังของตัวเองเลยจนอายุ 18 แต่อยู่ดีๆก็ลอยได้ เหาะได้แบบกระโดดข้ามพัฒนาการ ของตัวละคร
4.การออกแบบตัวละครที่ผิดพลาดอย่างสิ้นเชิง คือคนเขียนคงจะชินกับเกมมากไปที่คนเล่นจะพอใจที่ตัวละครของตัวเองเก่ง แต่ในนิยาย คนอ่านเป็นบุคคลที่ 3 การที่ให้ทุกอย่างมาดีตรงพระเอกหมดไม่ว่าจะหล่อที่สุด เก่งที่สุด เล่นเกมก็ชนะ แข่งอะไรก็ชนะ ทำอะไรดีไปหมด ทำให้คนอ่านรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องลุ้นเอาใจช่วยอะไรพวกตัวเอกแล้วและทำให้ เกิดความชอบในตัวละครน้อยลง นอกจากนี้ตัวละคร ชื่อรีเมียสก็เรียนเก่งสุดและหล่ออันดับ 1 เฟริสก็หล่อ ผู้หญิงในกลุ่มก็สวยอันดับ 1 กับ 2 ของโรงเรียน ทำให้จุดดีๆมากองกันที่กลุ่มตัวเอก จนตัวละครอื่นในโรงเรียนไร้ค่าไปเลย คนเขียนลืมแม้กระทั้งพวกอาจารย์ในโรงเรียนจนออกมาดูเหมือนนักเรียนพวกนี้ เก่งกว่าอาจารย์ 10 เท่า แล้วคนอ่านจะต้องลุ้นอะไรอีกล่ะในเมื่อพวกนี้เก่งตลอด
5.ความไม่สมจริงของเนื้อเรื่อง โรงเรียนไม่เก็บค่าเล่าเรียนแต่ดันมีเงินให้และยังสร้างห้องที่มีโฮม เธียเตอร์ อ่างน้ำกุชชี่ คาราโอเกะ ให้นักเรียนใช้กันได้ ให้สอบหยุดกระสุนปืนที่ดูราวกับว่าถ้าตัวเอกมันทำไม่สำเร็จแล้วก็ไม่สามารถ ให้อาจารย์คนไหนมาช่วยได้เลย การแข่งขันที่เกือบจะให้นักเรียนฆ่ากันตาย ถามว่าความปลอดภัยในความเป็นจริงอยู่ที่ไหนครับ ดูอาจารย์ ผู้ใหญ่ทั้งหลายในเรื่องช่างไร้ประโยชน์เหลือเกินทำอะไรไม่ได้เลย ขนาดตอนเกิดเรื่องในตอนแข่งขัน อาจารย์เป็น 10 คนก็หยุดนักเรียนคนเดียวไม่ได้แล้วมาสอนทำไมครับ โครงการลับของรัฐบาล แต่ป้องกันเด็ก 4 คนไม่ให้บุกเข้าไปไม่ได้แถมเป็นการบุกแบบซึ่งๆหน้าด้วยไม่ได้ใช้แผนเลย โอย..พวกพระเอกจะเก่งถึงไหนชนะทั้งโลกแล้ว
6.เนื้อเรื่องเริ่มมั่ว ตอนแรกบอกว่าพระเอกโดนเก็บมาโรงเรียนเพราะเป็นคนมีพลังพิเศษในโลก เหมือนเรื่อง Xmen แต่อยู่ดี พระเอกโอนสัญชาติเป็นชาวโลกอากาเซียโดยอัตโนมัติ กลายมาเป็นความหวังของโลกในภายหลังเฉยเลย และอยู่ดีๆเรื่องก็ขยายขึ้นมีเผ่าต่างโผล่ออกมา ราวกับว่าคนเขียนพึ่งจะได้ดูหนังเรื่อง lord of the ring ตอนปลายปีที่ผ่านมาจึงคิดเพิ่มเรื่องตัวเองให้ยิ่งใหญ่ไปด้วย
7.ฉาก บรรยายแต่ วีดีโอเกม โฮมเธียเตอร์ใหญ่ที่สุด ห้องนอนสุดสบาย ระบบอินเตอร์เน็ตหรู แม้แต่ยานของทางการก็บอกว่ามีแต่ของพวกนี้ อ่างอาบน้ำกุชชี่ ที่เล่นเกม สถานที่พักผ่อน สาวๆตามหลงรักตัวเอง แสดงถึงความเป็นวัตถุนิยมของคนรุ่นใหม่และนิสัยของคนเขียนอย่างแท้จริง ที่ทำให้เนื้อเรื่องช่างมีแต่ความสบายเสวยสุขกันของพวกตัวเอกจนคนอ่านไม่ รู้ว่าวันๆพวกเขาจะต้องลำบากบ้างไหม สบายกว่าพวกเราอีกที่ผจญน้ำท่วมกันอยู่ตอนนี้ และคนอย่างนี้นะจะมากู้โลก
ตัวอย่างเจ็ดข้อนะครับ จริงมีอีกสัก 93 ข้อ คนอื่นคิดอะไรออกก็เขียนเองแล้วกัน ความจริงถ้าเขาจะแก้ให้ดีคือต้องเปลี่ยนทั้งเรื่องแน่ๆ
ข้อดีของการที่เรื่องนี้ออกมาคืน ความกล้าที่อาจจะส่งเสริมทำให้ค่ายอื่นมาสนับสนุนวรรณกรรมเยาวชนฝีมือคนไทย มากขึ้น บางที พวกอิมเมจ อมรินทร์ เนชั่น นานมี อาจจะคิดทำบ้างแล้วก็ได้เพราะไวท์โรดได้วางฐานไว้แล้ว แต่สำหรับตอนนี้ไวท์โรดไม่ดีพอจะให้ซื้อครับ ผมจะรอเรื่องอื่นซึ่งอาจจะเป็นแนวใหม่อย่างนี้และมีความสมบรูณ์มีมาตรฐาน สมควรเป็นวรรณกรรมมากกว่า ตอนนี้อ่านครุฑน้อย กับส้มสีม่วง ของอมรินทร์ไปพลางๆก่อนแม้จะไม่หวือหวาแต่มีสาระมากกว่าเล่มหนาๆแต่ไม่มี อะไรเยอะ และใครที่คิดจะซื้อคุณควรเอาเงินไปซื้อหนังสือดีๆมากมายดีกว่า
เรื่องนี้เอาไป 3 เต็ม 10 ครับ

-------------------------------------------------------------

Woratana's Comment: ต่างคนต่างความคิดครับ ผมบอกไม่ได้ว่าบทความข้างต้นนั้นถูกต้อง เพราะผมเองได้อ่านแค่เล่มเดียวเองครับสำหรับไวท์โรด โปรดใช้วิจารณญาณขณะอ่านนะครับ (มาบอกตอนจบเนี่ยนะ - -*)

Comment

Comment:

Tweet

1.ถ้าคุณเป็นคนเล่นเกม

2.ถ้าคุณเป็นคนอ่านหนังสือการ์ตูน

3.ถ้าคุณเป็นที่ดูอนิเมะ

4.ถ้าคุณได้อ่านนิยายต่างประเทศ+จีนมาบ้าง

 

คุณจะรู้ว่าทำไมมันห่วยครับ เพราะเป็นนิยายที่เอาเรื่องต่างๆๆมาผสมแล้วเปลี่ยนชื่อตัวละครได้อย่างเยี่ยมยอด

#411 By GoDeaTH (223.206.245.31) on 2016-02-20 21:30

#410 By (41.231.53.43|178.63.0.194, 41.231.53.43) on 2014-08-01 18:50

#409 By (41.231.53.43|178.63.0.194, 41.231.53.43) on 2014-08-01 18:49

#408 By (41.231.53.43|178.63.0.194, 41.231.53.43) on 2014-08-01 18:48

ลำปางหนาวมาก พ่อมึง

#407 By Noah (98.228.20.161) on 2013-11-06 08:11

ปัญญาอ่อน ทำให้ได้ซักครึ่งนึงของเค้าก่อนนะ บอกเสียเวลาทำมาหากิน แต่มีเวลามานั่งคิด มาพิมคำวิจารโง่ๆว่าคนอื่นเค้า นิยายอ่านแล้วสนุกก่พอแล้ว ถ้ามันไม่สนุกเค้าจะได้อันดับหนึ่ง ละเขียนออกมาหลายๆเล่ม หลายภาคมั้ย ละไอที่บอกพระเอกไม่เท่ ถ้าอยากให้มันเท่ ก่ไปอ่านนิยายน้ำเน่าซะ พระเอกหล่อเท่แน่
ละกล้าเห่ามากนะ อ่านไปเล่มเดียว โคตรกล้า \\\\\\\"ผมไม่ได้บอกบทความข้างต้นถูกต้อง\\\\\\\" แต่แลดูแต่ละประโยคพิมมานี่มั่นใจมากเนอะ ละกรุณาไปศึกษาคำว่า จินตนาการ ใหม่ด้วยนะ ดูท่าจะอ่านไม่รู้เรื่องด้วย ถึงได้เรียบเรียงแบบโง่ๆ กคงไม่แปลก ยังงี้ไม่เรียกว่าอ่าน เรียกว่าพวกจับผิดไม่ส่องดูตัวเอง คนอื่นที่เค้าเก่งๆ มืออาชีพ ยังไม่มีใครเห่าหอนยังงี้เลย ละคือเป็นใคร แต่ละประโยคเค้าไม่ได้เรัยกว่าวิจารหรอกนะ ถ้าคิดว่านี่คือการวิจาร ก่คงโอตาคุโง่ๆ ไร้มารยาท อีคิวต่ำ สุดท้ายนะ ถ้านิยายเค้าห่วยได้อย่างที่เห่า คงไม่ติดอันดับขายดี ทำเงินให้เค้าเลี้ยงพ่อแม่ได้หรอกนะ

#406 By junk (58.9.175.156) on 2013-11-06 07:52

ได้อ่านบทวิจารข้างต้น ในความคิดของดิฉันคิดว่าออกจะเกินไปหน่อย ดิฉันเป็นคนนึงที่รักการอ่านและการเขียนเฉ่นเดียวกับ ดร.ป๊อบ ดิฉันอายุเท่าเขาตอนเริ่มเขียนงานเขียนบางเรื่อง ดิฉันไม่รู้เลยว่างานเขียนที่ดีที่สุดเป็นเช่นไร อ่านแฮรรี่พอตเตอร์เล่ม 3 เพียงเล่มเดียวก็มีความฝันในการเป็นผู้เขียนผุดขึ้นมามากมาย ชอบ รัก ในจินตนาการของผู้เขียนคนนี้มาก ต่อมาได้เริ่มอ่านอาร์ธิมิสฟาวส์ เห็นว่าเป็นงานเขียนที่ดีแต่ดิฉันยังไม่ชอบ อายุ 14 สามารถเขียนได้ขนาดนี้ไม่ว่าไอเดียจะเกิดจากอะไร ก็สามารถเป็นแรงผลักดันให้คนรุ่นใหม่ที่เคยอ่านงานของ ดร.ป๊อบ มีความอยากทดสอบความสามารถ อยากเป็นอย่างเขา อยากดังอย่างเขา ดิฉันไม่อาจกล่าวได้ว่างานของเขาเป็นงานที่ดีที่สุด แต่ดิฉันกล้าบอกได้เต็มคำว่าทรงคุณค่าแก่การอ่าน ถ้าคุณได้ลองติดตามผลงานของเขาคุณจะทราบว่า เขาเติบโตไปมาแค่ไหน เหมือนกับพระเอกในเรื่องที่มีความสามารถอย่างก้าวกระโดด คุณจะอ้างว่าเขาอวยผู้อ่าน มันก็จริง ใครอยากเห็นพระเอกแย่ มีแต่คนเกลียดบ้าง บางตอนอย่างเรื่องผู้หญิงว่าไล่ตามออกจะเกินจริงไปบ้าง ก็ต้องไม่ลืมว่านี่เป็นโลกของจินตนาการ ย่อมมีเรื่องทุกอย่างตามคนแต่งจะต้องการ ใครบ้างที่ไม่เอาความปราถนาของตัวเองมาเสริมในการเขียนนิยาย ทุกคนต้องการเด่นดังทั้งนั้น ดิฉันคนนึงท