นิยายส่งประกวดคอมพ์เกมเมอร์ครับ ได้อันดับที่ 8-9 กระมัง (จำไม่ได้แล้ว)

ขออภัยที่ไม่ได้เว้นบรรทัด ถ้าอ่านไม่ถนัดก็บอกนะครับ จะได้หาเวอร์ชั่นใหม่มาลง (ต้องรออีกสักพักล่ะ...)

Ragnarok in Memory เพียงหนึ่งในความทรงจำ...

ท้องฟ้าสีคราม... ทะเลทรายอันคุ้นตา... ผู้คนมากมายในชุดแบบนั้น...
ผมรู้จักที่นี่ดีทีเดียว ใช่แล้ว ผมเคยยืนอยู่ตรงนั้นเมื่อหลายปีก่อน มันเป็นสถานที่ที่ติดค้างอยู่ในความทรงจำของผม และตามหลอกหลอนผมตลอดมา...
มันทำให้ผมมีความสุข อืม มันเคยเป็นแบบนั้น ตลอดปีที่ผมเรียนม.1 ผมมีความสุขมาก อมยิ้มได้ตลอดเวลาแม้ขณะโดนครูทำโทษ
และก็เป็นเพราะมันอีกนั่นแหละ... ที่พรากความสุขทั้งปวงไปจากผม แล้วหยิบยื่นความทุกข์ให้แทน
ผมยอมรับว่าหลังจากวันนั้นผมได้รู้จักโลกมากขึ้น ผมได้ตระหนักถึงบางสิ่งที่สามารถเป็น ความจริง หรือ ภาพลวงตา ก็ได้...
วันนี้ผมจบม.3แล้ว และไปร้านเกมกับเพื่อนหลังจบงานปัจฉิมนิเทศ ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปก็พบเด็กมากมายนั่งเล่นเกมอยู่ ไม่ต้องบอกก็คงรู้ว่าส่วนใหญ่ต่างกำลังเล่นเกมแร็กนาร็อค ออนไลน์ ...ไม่ต่างอะไรกับในอดีต มีเพียงไม่กี่เครื่องกำลังรัวเมาส์ยิงปืนในเคาน์เตอร์ สไตรค์อย่างเมามัน
แต่นั่นไม่ทำให้ผมสะดุดใจได้เท่ากับ...หน้าจอของเด็กคนหนึ่งที่กำลังเล่นเกมแร็กนาร็อค
แผนที่ที่เขากำลังเก็บเลเวลเต็มไปด้วยดินทรายสีน้ำตาลเหลือง แมลงวันปีกเหล็ก (Steel Chonchon) โปริ่งเพลิง (Drop) และงูไส้เดือน (Hode) นั่นคงเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจากแผนที่บริเวณอาณาจักรทะเลทราย มอรอค
อีกแล้ว... ผมได้แต่ลอบถอนหายใจ มันจะตามจองเวรผมไปถึงเมื่อไรกันนะ แผนที่นั่น แผนที่ที่เป็นจุดเริ่มต้นของอดีตอันปวดร้าว
ทุกครั้งที่ผมเห็นมัน ผมจะคิดถึงคน ๆ หนึ่ง อา... ใช่ ในอดีต เรา เคยเดินบนเส้นทางเดียวกัน แต่ตอนนี้มันไม่มีทางเป็นไปได้อีกแล้ว แม้จะย้อนเวลากลับไปก็ไร้ค่า ความเชื่อใจที่ผมมอบให้มันป่นปี้ไป...ด้วยมือของ เธอ เอง
ไม่มีอารมณ์เล่นว่ะ กลับบ้านดีกว่า ผมบอกกับเพื่อน ก่อนจะก้าวเร็ว ๆ ออกจากร้านเกม
เดี๋ยวสิ เป็นอะไรของเอ็งวะ เฮ้ย! รอด้วย
ผมรีบสาวเท้าและไม่ยอมหันกลับไป แน่ล่ะ ถ้าหันไปก็ต้องเห็นแผนที่นั่นอีก แผนที่บ้า ๆ นั่น
หยุดตามหลอกหลอนผมเสียทีเถอะ..!

********************

สามปีก่อน... ในช่วงที่เกมแร็กนาร็อค ออนไลน์เพิ่งเปิดตัวใหม่ ๆ
ผู้คนให้ความสนใจมันมาก โดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นอย่างผม สำหรับโรงเรียนชายล้วนที่ผมอยู่ หากใครไม่เคยเล่นเกมออนไลน์ก็เรียกว่าหลงฝูง เพราะทุก ๆ ครั้งที่นั่งคุยกันจะมีเรื่องแร็กนาร็อคโผล่ขึ้นมาด้วยเสมอ
สมัยนั้นยังไม่เก็บค่าแอร์ ไทม์ เกมจึงยิ่งฮิตในหมู่เด็กนักเรียน แค่เสียเงินค่าชั่วโมงอินเตอร์เน็ตนิดหน่อยก็เล่นได้แล้ว ร้านอินเตอร์เน็ตข้างโรงเรียนจากที่เคยเงียบเหงากลับกลายเป็นมีคนแน่นจนแทบขยับเดินไม่ได้ และแน่นอน...ทุกเครื่องกำลังเปิดแร็กนาร็อค ออนไลน์
ไม่รู้ว่าเป็นกรรมเวรอะไร คอมพิวเตอร์ของผมที่บ้านจึงโทรมเกินกว่าจะใช้ต่ออินเตอร์เน็ต มีเพียงเครื่องของพ่อเท่านั้นที่ทำได้ แต่ผมไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ (ผมเคยแอบเปิดดูครั้งหนึ่ง และพบว่ามีการตั้งรหัสไว้)
คงเป็นเพราะสภาพแวดล้อมกระมัง ที่ทำให้ผมอยากเล่นแร็กนาร็อค แต่พ่อแม่ของผมเป็นห่วงลูกมากเสียจนไม่ยอมปล่อยให้ไปร้านอินเตอร์เน็ตคนเดียว ครั้นจะพาไปก็ไม่ได้ เพราะมีงานยุ่งตลอดเวลา สุดท้ายผมจึงเลิกล้มความคิดที่จะเล่นไป
กระแสของเกมแร็กนาร็อคแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในโรงเรียนของผม ทุกคนในห้องต่างก็เล่นกันจนติดลม และพูดคุยถึงมันตลอดเวลา เพื่อนของผมกรอกหูอยู่ทุกวันให้ผมเข้าไปเล่น แต่จะเล่นอย่างไรล่ะ ในเมื่อไม่มีคอมพิวเตอร์สำหรับเล่น
จนเพื่อนคนหนึ่งได้เสนอทางออก...ที่ไม่ดีสักเท่าไร นั่นคือ การออกไปเล่นร้านข้างโรงเรียน
เราไม่ได้โดดเรียน หลังเลิกเรียนเรามีเวลาเหลือเฟือก่อนขึ้นรถตู้รับ-ส่งนักเรียน แต่ผมยังไม่เคยออกนอกโรงเรียนโดยพลการสักครั้ง เพราะพ่อแม่ไม่เคยอนุญาต และโรงเรียนก็ดูจะไม่สนับสนุนเช่นกัน
ทว่าคติยอดฮิตของเราก็คือ กฎมีไว้แหก วันหนึ่งเพื่อนของผมจึงพาออกไปนอกโรงเรียน เป็นครั้งแรกที่ผมได้รู้ว่าสวรรค์อยู่ใกล้แค่เอื้อม ข้างโรงเรียนซึ่งเป็นตึกแถวยาว ๆ นั้นมีทั้งร้านขนม ร้านขายการ์ตูน ร้านขายการ์ด และแน่นอน...ร้านเกม กับร้านอินเตอร์เน็ต
วันนั้นเป็นวันแรกที่ผมได้เล่นเกมแร็กนาร็อค โดยใช้ตัวนักดาบของเพื่อน แม้กราฟฟิกจะไม่งดงามเท่าเกมสตาร์คราฟที่ผมชื่นชอบ แต่มีสิ่งหนึ่งที่หาไม่ได้จากสตาร์คราฟ และหาไม่ได้ในเกมทั้งหมดที่ผมเคยเล่นมา นั่นคือ สังคมออนไลน์
ตัวละครที่เดินสวนกันไปมาในแผนที่ต่างมีคนบังคับอยู่จริงทั้งนั้น! เราสามารถพูดคุยทักทายได้ ดุด่าได้ ขอเบอร์ได้ ชวนไปตีมอนสเตอร์ด้วยกัน หรือจะขอต่อราคาของก็ยังได้ เป็นสีสันที่ต่างจากตัวละครในเกมออฟไลน์ต่าง ๆ ซึ่งจะตอบรับเฉพาะคำสั่งที่ถูกกำหนดเอาไว้เท่านั้น
ผมรู้แล้วว่าทำไมใคร ๆ ถึงติดใจเกมนี้นัก มันสนุกที่เราได้เล่นกับเพื่อน และได้เพื่อนใหม่ ไม่ว่าคน ๆ นั้นจะอยู่ส่วนไหนของประเทศไทยก็ตาม
หนึ่งชั่วโมงแห่งความสุขผ่านไปอย่างรวดเร็ว ก่อนกลับโรงเรียนวันนั้นผมได้ซื้อนิตยสารเกมแร็กนาร็อคมาเล่มหนึ่ง ซึ่งถือเป็นนิตยสารเกมออนไลน์เล่มแรกของเมืองไทยเลยก็ว่าได้ ราคาเพียงฉบับละยี่สิบบาท เหมาะกับเด็กค่าขนมน้อย ๆ อย่างผม นิตยสารเล่มนั้นยังคงอยู่มาจนทุกวันนี้ เพียงแต่ได้มีการเพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับเกมอื่นให้มากขึ้น
ทุกวันอังคารและพฤหัสบดีหลังจากนั้น ผมกับเพื่อนก็จะออกไปนอกโรงเรียนเล่นแร็กนาร็อคด้วยกันทุกครั้ง พวกเราภาวนาให้ครูเลิกสอนเร็ว ๆ จะได้ออกมาเร็วขึ้น มีหลายครั้งหลายคราที่เครื่องคอมฯมีคนเล่นเต็มแล้ว เราจึงไปนั่งในร้านขายขนมข้าง ๆ เพื่อคอยดูว่าเมื่อไรจะมีเครื่องว่าง
ผมได้เพื่อนที่โรงเรียนเยอะขึ้นจากการคุยกันเกี่ยวกับเกมแร็กนาร็อค มันทำให้ผมมีความสุขมากทีเดียว บางคนชวนผมไปเก็บเลเวลตอนเย็นหรือวันเสาร์-อาทิตย์ แต่ผมไม่สะดวกเพราะเล่นได้แค่หลังเลิกเรียนเท่านั้น และต้องเป็นวันอังคารหรือพฤหัสบดีเท่านั้นด้วย
ราวหนึ่งเดือนกว่า ตัวละครโนวิซน้อย ๆ ของผมก็กลายเป็นนักเวทมนตร์ฝึกหัด ผมเน้นอัพเวทสายไฟจึงมักจะไปต่อสู้ในทะเลทรายแถวมอรอคอยู่เสมอ ดินแดนนั้นแห้งแล้งแต่ก็มีตลาดใหญ่ซึ่งดึงดูดผู้คนได้มากมาย
วันหนึ่งขณะที่ผมกำลังเก็บเลเวล โชคชะตาก็ดึงดูด เธอคนนั้น เข้ามา...

********************

Fire Bolt!
สิ้นคำ มนตร์เพลิงพลันพุ่งเข้าเผาหนอนทะเลทราย (Hode) ผู้โชคร้าย
ตัวเลขค่าความเสียหายลอยขึ้นมาเกือบสิบครั้ง แล้วร่างของมันก็ล้ม... ซะที่ไหน
เฮ้ย! ซวยล่ะ มันยังไม่ตาย!
ผมนึกแปลกใจที่เวทไฟไม่รุนแรงเหมือนครั้งก่อน ๆ
ปกติมันก็ตายในครั้งเดียวนี่นา แล้วทำไม..? หรือเซิร์ฟเวอร์เกิดแล็คกระทันหัน?
ไม่มีเวลาให้ผมคิดมากนัก เมื่อเจ้าหนอนตะกุยทรายเข้าหาผมอย่างแค้นเคือง ถ้ามันแสดงอารมณ์ได้คงมีรูป Alt+7 อยู่บนหัวมันแล้ว
แกรนหาที่เองนะ เอานี่ไปกิน! Fire Bolt!
ผมกดF1และคลิกบนตัวมัน พร้อม ๆ กับที่มันกำลังจะพุ่งใส่ผม ไปตายซะไอ้หนอน!
แทบไร้ดีเลย์ เลขความเสียหายลอยขึ้นทันที! แต่... ไหงเป็นตัวเลขสีแดงล่ะเว้ยเฮ้ย
ระหว่างที่ผมกำลังตกใจ หนอนไส้เดือนก็ได้ทีโจมตีอย่างต่อเนื่อง พลังป้องกันอันน้อยนิดของผมทำให้ดูเหมือนมันมีสกิลโจมตีทะลุDefอย่างไรอย่างนั้น แถบHPลดลงฮวบฮาบจนน่าตกใจ ผมต้องรีบฆ่ามันให้เร็วที่สุด!
Fire Bolt! ครั้งนี้ต้องติดแน่ ๆ!
ไม่มีสัญญาณตอบรับจากสกิลที่ท่านใช้... กรุณากดF1ใหม่อีกครั้งค่ะ
ผมถึงกับใบ้รับประทาน ตัวอักษรที่ขึ้นบนหัวเมื่อครู่เขียนว่าFire Boltไม่ผิดแน่ แต่ทำไมไม่มีเอฟเฟกต์เวทออกมาเลยล่ะ หรือว่า..
... ผมมองขึ้นไปด้านบนของหน้าจอ ก็รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้รู้สึกอยากร้อง มอ.. มอ.. ขึ้นมาเสียอย่างนั้น
อ๊าก! SP หมด~~~~~~~~~~~~~~!
ผมพยายามควบคุมสติ ทำยังไงดีล่ะ... HPเราก็หมดไปครึ่งหลอดแล้วด้วย บลูโพชั่นก็ไม่เหลือ สกิลIncrease SP Recoveryก็ดันอัพมานิดเดียว เจ้าหนอนทรายก็บ้าพลังเหลือเกิน เอาล่ะ! งั้นเจอท่าไม้ตายสุดท้ายนี่ซะ!
Help! Help! Help! Help! Help!
อ่านไม่ผิดครับ ไม่ใช่สกิลHeal แต่เป็นอีโมติคอนHelp! ต่างหาก อุตส่าห์จำมาจากเด็กเกรียนเครื่องข้าง ๆ
ใครก็ได้ ช่วยที ผมลืมเซฟที่มอรอคคร้าบ~
Double Strafe!
ศรธนูสองดอกพุ่งฝ่าอากาศเข้าปักกลางศีรษะหนอนไส้เดือนพอดิบพอดี มันล้มลงและค่อย ๆ จางหายไป... นี่ถ้าเล่นเคาน์เตอร์ฯถือว่าเป็นHead Shotเลยนะนั่น
ผมยังไม่ตาย! ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้ลูกไม่เสีย 1 เปอร์เซ็นต์!
ผมมองหาเจ้าของลูกศรช่วยชีวิต และพบนักธนูสาวคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาใกล้
ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ เธอถามอย่างอ่อนโยน ผมจินตนาการได้ถึงเสียงอันนุ่มนวลน่าฟัง โดนโจมตีขัดจังหวะร่ายเวทตลอด คงลำบากแย่เลยนะคะ
โอ้ พระเจ้า พระองค์ทรงส่งนางฟ้ามาช่วยผมหรอกหรือนี่... ถึงเธอจะเข้าใจผิดไม่รู้ว่าผมSPหมดก็เถอะ
เอาเรดโพชั่นหน่อยไหมคะ ฉันว่าโดนโจมตีไปขนาดนั้นHPคุณคงใกล้หมดแล้วล่ะค่ะ
ถูกเผง... แต่ผมไม่เหลือเงินเลยครับ ซื้อวาร์ปมามอรอคก็หมดแล้ว
เธอคงกำลังยิ้มหวานอยู่หน้าคอมฯ ..แม้จะมองไม่เห็นแต่ผมก็รู้สึกได้
ไม่คิดเงินหรอกค่ะ พอดีฉันได้มาเยอะจากเพื่อนที่เป็นพ่อค้า พูดจบเธอก็เปิดหน้าต่างส่งของให้ เธอช่างใจดีสมกับที่เป็นนางฟ้าของผมจริง ๆ
หลังจากนั้นเราก็สนทนากันในหลาย ๆ เรื่อง ผมแทบไม่อยากเชื่อว่าเราจะคุยกันได้ถูกคอขนาดนี้ เพราะในชีวิตนักเรียนโรงเรียนชายล้วนมีน้อยครั้งนักที่จะได้พูดคุยกับผู้หญิงคนอื่นนอกจากแม่และครู ผมได้รู้ว่าเธอมีอายุเท่า ๆ กับผม และยังชอบฟังเพลงแนวเดียวกันอีกด้วย
เธอเป็นคนเรียบร้อย ร่าเริง และอ่อนหวานยิ่งกว่าผู้หญิงทั้งหมดที่ผมเคยพบมา แต่ก็ไม่ได้หมายความฝีมือการต่อสู้ของเธอจะไม่เอาไหน ผมเห็นหลายครั้งที่ธนูของเธอทำความเสียหายได้มากกว่าพวกฮันเตอร์เสียอีก
นอกจากนั้นท่วงท่าการยิงธนูของเธอก็พลิ้วไหวงดงาม อาศัยความเร็วอันน่าพรั่นพรึง จังหวะการปล่อยลูกธนูที่เหมาะสม และการตัดสินใจอันเฉียบขาดในการเปลี่ยนธนูและศร ทำให้ปราบศัตรูมากมายได้โดยไม่เหนื่อยแรง
นางฟ้า... ใช่แล้ว นั่นเป็นคำนิยามสำหรับเธอที่ไม่ได้มากจนเกินไป ผมเห็นเธอเป็นอย่างนั้นจริง ๆ นางฟ้าที่ร่ายรำอยู่เหนือก้อนเมฆพร้อมศาสตราคู่กาย มีปีกขนนกสีขาวเบาบางทว่าถักทอเข้าด้วยกันอย่างเหนียวแน่น และกำลังส่งยิ้มอันงดงามมาให้ผม
ขณะนี้มีความรู้สึกแปลก ๆ เกิดขึ้นในจิตใจ ซึ่งผมรู้ได้ว่าไม่เคยสัมผัสมันมาก่อน... ความสุข ความอบอุ่น ความยินดีที่ไม่ต้องอยู่โดดเดี่ยว รอยยิ้มจากหัวใจที่เกิดขึ้นเพียงแค่คิดถึงเธอ
บางทีอาจเป็นความรู้สึกที่เรียกว่า รัก ล่ะมั้ง...
ผมไม่รู้ว่าตัวเองเข้าใจถูกหรือไม่ แต่อย่างไรผมก็จะยังไม่บอกเรื่องนี้กับเธอหรอก เพราะมีตัวอย่างจากเพื่อนร่วมชั้นมากมายให้เห็นแล้ว น้อยคนนักที่ฝ่ายหญิงจะตอบรับอย่างยินดี ส่วนมากจะถูกปฏิเสธโดยบอกว่า เราเป็นเพื่อนกันเถอะ ทั้งนั้น (ผมคิดว่ามันก็ยังดีกว่าคำตอบคลุมเคลืออย่าง เธอดีเกินไป ล่ะนะ...)
ก่อนกลับวันนั้นเราแลกอีเมลกัน เธอเล่นMSNเสียด้วย ผมเองแม้จะไม่ได้เล่นแต่ก็มีอีเมลของHotmailที่สมัครทิ้งเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว ผมคงจะได้เปิดใช้มันในเร็ว ๆ นี้แหละ อยากให้เธอส่งรูปมาให้ดูจัง ตัวจริงต้องน่ารักเหมือนนิสัยแน่ ๆ เลย
เพื่อนของผมถามอย่างสงสัยที่เห็นผมยิ้มแก้มปริตลอดเวลาหลังออกจากร้านเกม แต่ผมก็ไม่ได้บอกอะไร ถ้าบอกแล้วเกิดอกหักขึ้นมาก็เสียหน้าแย่น่ะสิ ยิ่งโรงเรียนของผมเขาชอบล้อคนอกหักให้ช้ำใจกันเสียด้วย
ผมเห็นเพื่อนของผมหลายคนเวลามีความรักจะเห็นโลกเป็นสีชมพู มองอะไรก็นึกถึงแต่คนที่ชอบ พร่ำเพ้อพูดชื่อเธอคนนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อก่อนผมคิดว่ามันเหมือนพฤติกรรมของคนสติไม่ดี แต่ตอนนี้ผมเริ่มรู้แล้วว่าการกระทำเหล่านั้นไม่ได้เกินจริงเลยสักนิด ต้องสัมผัส ความรัก ด้วยตัวเองจึงจะรู้...
หลังจากนั้นทุกเย็นวันอังคารและพฤหัสบดีก็เป็นเวลานัดพบของเรา บางครั้งก็ชวนกันคุยMSN บางครั้งก็ชวนกันไปเก็บเลเวลในแร็กนาร็อค ความสัมพันธ์ของเราสองคนเติบโตขึ้นอย่างเชื่องช้า แต่ผมก็รับรู้ได้ว่าเธอมีใจให้ผมเช่นกัน
แม้การเก็บเลเวลสองคนจะลำบากไปสักนิด เพราะเราเล่นอาชีพโจมตีระยะไกลทั้งคู่ จึงไม่มีใครมาช่วยเป็นกันชนให้ แต่เธอก็ไม่ได้ย่อท้อ และยังช่วยเหลือผมในยามคับขันหลาย ๆ ครั้ง เธอบอกว่าเธอเลเวล 70 แล้ว แต่ก็ยังไม่คิดจะไปเปลี่ยนอาชีพ ความฝันสูงสุดของเธอในการเล่นแร็กนาร็อค คือ การเป็นนักธนูเลเวล 99 คนแรกของเซิร์ฟเวอร์
ผมอยากช่วยให้ความฝันของเธอเป็นจริง จึงชวนเธอไปเก็บเลเวลในดันเจียนระดับสูง ๆ เพื่อให้ได้ค่าประสบการณ์มากขึ้น แต่กลับเป็นผมที่พลาดพลั้งตายหลายต่อหลายครั้ง
ไม่ต้องฝืนก็ได้นี่นา กลับไปเก็บเลเวลที่เดิมกันเถอะนะ เธอกล่าวอย่างอ่อนโยน ผมไม่สามารถปฏิเสธเธอได้ รอก่อนนะ... รอให้ผมแข็งแกร่งกว่านี้ แล้วผมจะเป็นฝ่ายปกป้องเธอเอง

********************

หลังจากนั้นอีกสองเดือน ด้วยความช่วยเหลือของเธอ ผมก็ได้ไปยืนอยู่ ณ สมาคมวิซาร์ด หอคอยกลางเมืองเกฟเฟนชั้นที่เจ็ด...
ผมมาเปลี่ยนอาชีพเป็นวิซาร์ดครับ ผมบอกกับNPCผู้คุมที่ชื่อสุดโหลว่า Wizard
ก็เอาสิ เขาตอบสั้น ๆ ทำเอาผมหน้าเอ๋อไปเลยทีเดียว เจ้าชื่อ Paladin_IX สินะ เอาล่ะ ...เรียบร้อย
NPCคนนั้นเขียนอะไรสักอย่างลงในกระดาษ ก่อนที่จะปรากฏตัวอักษรสีทองเขียนว่า Class Up
ไม่ต้องทำเควสอะไรเลยเหรอครับ ผมถามอย่างสงสัย นึกว่าจะต้องทำอะไรยุ่งยากเหมือนตอนเปลี่ยนอาชีพเป็นเมจ (Mage) เสียอีก
ไม่มี! อย่าถามอะไรจุกจิกได้ไหม เดี๋ยวเปลี่ยนกลับคลาสหนึ่งซะเลย
ผมรีบขอโทษขอโพยแล้ววิ่งออกไป ทำไมNPCคนนี้ตกมันง่ายจังนะ สงสัยคงโดนแฟนทิ้ง... หรือไม่ก็รู้สึกอาภัพที่เกิดมามีชื่อโหล โถ น่าสงสารจริง ๆ
ว้าว ใส่ชุดวิซาร์ดแล้วเท่จังนะ เธอซึ่งรออยู่หน้าหอคอยกล่าวกับผม จู่ ๆ มาชมแบบนี้ผมก็เขินแย่สิ
ไม่หรอก ชุดนักธนูของเธอดูดีกว่าตั้งเยอะ ว่าแต่จะไปไหนกันต่อดีล่ะ ฉันคงไม่ต้องกลับไปเก็บเลเวลที่ทะเลทรายนั่นแล้วล่ะ
เธอทำท่าครุ่นคิด อืม... งั้นไปลุยกับบอสMVPใกล้ ๆ กันเถอะ ถือว่าฉลองการเปลี่ยนอาชีพไปด้วย
ผมแทบอยากกระโดดแล้วร้องว่า เยส! แต่ไอ้พฤติกรรมแบบนั้นทำในร้