Narcissus and Echo
ตำนานแห่งนาซิสซัสและอีโค

Source: Heroes, Gods and Monsters of the Greek Myths by Bernard Evslin
Translator: Worale [http://woratana.exteen.com/]

ในจำนวนภูตแห่งสายน้ำและผืนป่าทั้งหมดนั้น นางไม้นาม เอโค (Echo) เป็นที่หลงใหลมากที่สุด เธอหาใช่เพียงงดงามและมีน้ำใจไม่ หากแต่เสียงของเธอยังไพเราะดุจดังเพลงบรรเลง ภูตตนอื่นและสัตว์ในป่าจึงล้วนร้องขอให้เธอร้องเพลงและเล่านิทาน-แน่นอนว่าเธอไม่ปฏิเสธ

เธอเป็นที่โปรดปรานของอโฟรไดท์ (Aphrodite ชื่อเทพีวีนัสในภาษากรีก) ผู้มาจากโอลิมปัส (Olympus ภูเขาซึ่งเป็นที่อยู่ของเหล่าเทพ) เพื่อคุยและฟังนิทานจากเธอ อโฟรไดท์เป็นเทพธิดาแห่งความรัก จึงได้ช่วยใครหลายคนให้รักสมหวัง แต่สำหรับเอโคนั้นดูจะยังไม่สนใจใครเลย

ทุกคนล้วนให้ฉันช่วยเรื่องความรัก แล้วเธอล่ะ บอกฉันหน่อยซิ ไม่มีใครที่เธอสนใจเลยเหรอ? ชายสักคน หรือเทพสักองค์? แค่เธอบอกชื่อของเขามา ฉันจะให้อีรอส (Eros) บุตรชายของฉันไปยิงศรธนูใส่ ศรธนูจะทำให้คน ๆ นั้นหลงรักเธออย่างไม่ลืมหูลืมตาเชียวล่ะ อโฟรไดท์บอกกับอีโค

นางไม้ผู้เลอโฉมกลับหัวเราะ แล้วตอบว่า น่าเสียดายนะ ตอนนี้ฉันยังไม่พบชายที่ถูกใจ และความรักกับเหล่าเทพก็ไม่จีรังเสียด้วย ฉันมองชายทุกคนที่พบ แต่ไม่มีใครงดงามดั่งชายในฝันของฉันสักคน เมื่อเวลานั้นมาถึงฉันจะให้ท่านช่วยแน่นอน...ถ้าสักวันมันมาถึงนะ

ฉันเชื่อว่าเธองดงามพอที่จะเรียกร้องชายที่ดีที่สุด อโฟรไดท์บอก อย่าลืมล่ะว่าสิ่งที่ดีที่สุดอาจมาปรากฏแค่ครั้งเดียว หรืออาจไม่มาให้เห็นเลยก็ได้ แล้วใครเล่าจะรอได้นานขนาดนั้น ...จำไว้นะว่าฉันพร้อมช่วยเธอเสมอ

เอโคยังไม่รู้ว่าขณะนั้นเด็กหนุ่มผู้งดงามที่สุดในโลกกำลังหลงป่า และหาทางออกอย่างยากลำบาก ชื่อของเขาคือ นาซิสซัส (Narcissus) เขามีใบหน้าอันหล่อเหลามากเสียจนไม่เคยได้คุยกับหญิงใดเว้นแต่แม่ของเขา เพราะหญิงทุกคนที่เห็นเขาจะหมดสติไปในทันที แน่นอนว่านั่นทำให้เขาประเมินค่าตัวเองไว้สูง และขณะที่เดินอยู่ในป่าเขาก็คิดว่า

โอ้ ฉันจะหาใครสักคนที่งดงามเท่าฉันได้อย่างไร ฉันจะไม่ยอมเป็นเพื่อนกับใครที่สมบูรณ์แบบน้อยกว่าฉัน ...แน่ล่ะ มันอาจทำให้ฉันต้องอยู่โดดเดี่ยว แต่นั่นก็ดีกว่าที่ฉันจะต้องลดตัวลงไปไม่ใช่เหรอ

นาซิสซัสเดินไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังมาผิดทาง ขณะนั้นในอีกส่วนหนึ่งของป่า เอโคเพิ่งกล่าวลาอโฟรไดท์ และกำลังกลับไปยังต้นไม้ซึ่งเธอสิงสถิตอยู่ ระหว่างทางเธอได้เห็นอะไรบางอย่างที่ทำให้ต้องหยุดชะงักด้วยความประหลาดใจ

ไม่ใช่ใครที่ไหน ซูส (Zeus) ราชาแห่งเทพทั้งมวง และจ้าวแห่งฟากฟ้านั่นเอง เขากำลังเอนหลังพิงหอกสายฟ้าสีน้ำเงินของเขา ส่งยิ้มให้ภูตแห่งแม่น้ำตนหนึ่งที่อยู่บนไหล่ และภูตตนนั้นก็ยิ้มตอบ

ดีล่ะ อีโคกล่าวขึ้น อโฟรไดท์ต้องยินดีที่จะได้ฟังเรื่องนี้แน่ ๆ

และตอนนั้นเองเธอก็รู้สึกได้ถึงสิ่งอื่น...ใครคนอื่น เธอหันไปพบกับหญิงผู้สูงสง่า แต่งกายด้วยชุดสีม่วง กำลังเดินผ่านป่ามายังจุดที่เธออยู่ เอโคจำได้ว่านั่นคือ ฮีรา (Hera) ราชินีแห่งเทพทั้งมวล และเป็นชายา (ภรรยา) ผู้หึงหวงของซูส เธอเชื่อว่าฮีราต้องได้ฟังเรื่องของซูสกับภูตแห่งแม่น้ำมาแน่ จึงกำลังจะมาจับเขา

ด้วยจิตใจอันเมตตาของเอโค เธอก็รีบไปดักหน้าฮีราแล้วย่อตัวทำความเคารพอย่างสุภาพ

ข้ายินดีเหลือเกินที่ท่านมาที่นี่ ขอต้อนรับสู่ผืนป่า องค์ราชินี

เงียบซะ เจ้าโง่ ฮีราตะคอกเบา ๆ ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ข้ากำลังจะเซอร์ไพรซ์ใครสักคน

นี่เป็นวันที่ข้าควรภูมิใจ องค์ราชินี เอโคบอก แล้วคิดอย่างรวดเร็ว ข้าได้ต้อนรับเทพหลายองค์ สองนาทีที่ผ่านมาองค์ราชันย์ ซูส เพิ่งมาที่นี่เพื่อหาท่าน

ซูส? มาหาข้า? เจ้าแน่ใจเหรอ

องค์ราชันย์ถามข้าว่าข้าได้พบท่านหรือไม่ เขาได้ยินว่าท่านกำลังมาที่นี่ และเขาก็อยากพบท่านมาก ข้าบอกเขาว่าข้าไม่เห็นท่าน เขาจึงจากไปและดูท่าทางผิดหวังมาก

จริงรึ? มันเป็นได้หรือที่ซุสจะหาข้า? เขาผิดหวัง? โอ้ ปาฎิหาริย์ไม่มีวันตายจริง ๆ (Miracles never cease) แล้วเขาไปทางไหนล่ะ

ไปทาง...โอลิมปัส

ขอบใจเจ้ามาก ฮีราบอก ข้ากำลังจะไปโอลิมปัสเช่นกัน

แล้วเธอก็จากไป

ในระหว่างนั้นซูสได้ยินเสียงของเอโค จึงพรางตนและภูตแห่งแม่น้ำอยู่หลังพุ่มไม้ เมื่อฮีราจากไปเขาก็ออกมากล่าวขอบคุณเอโค เขาให้แหวนแซฟไฟร์สีน้ำเงินที่เขาสวมอยู่เป็นการตอบแทน

ฮีรากลับไปถึงโอลิมปัส และพบว่าซูสไม่อยู่ที่นั่น เธอเชื่อว่ามีบางอย่างผิดพลาดจึงกลับไปที่ป่า สิ่งแรกที่เธอเห็นคือเอโคกำลังชื่นชมแหวนแซฟไฟร์วงใหญ่ที่ส่องประกายบนนิ้วของเธอ ฮีราจำแหวนวงนั้นได้และรู้ทันทีว่านางไม้โกหกเธอจึงได้แหวนวงนั้นเป็นรางวัล

เจ้าสัตว์ต่ำทราม! เธอตวาดเสียงดัง ฉันรู้แล้วว่าเธอหลอกลวงฉัน ฉันเห็นรางวัลที่เธอได้รับ และฉันจะไม่ให้เธอคิดว่าสามีของฉันใจกว้างกว่า เพราะฉะนั้นฉันจะให้รางวัลกับสิ่งที่เธอทำเช่นกัน ...เธอใช้เสียงของเธอเพื่อหลอกลวงฉัน ดังนั้นเธอจะไม่สามารถพูดกับใครได้อีก เว้นเสียแต่คำสุดท้ายที่มีคนพูดกับเธอ เอาล่ะ ตอนนี้ลองโกหกดูซิ

ลองโกหกดูซิ เอโคพูดขึ้น

เธอจะยุ่งกับเรื่องของคนอื่นไม่ได้อีก เธอจะร้องเพลงและเล่านิทานไม่ได้อีก สิ่งเดียวที่เธอทำได้คืออดทนกับบทลงโทษนี้ตลอดไป...

ตลอดไป... เอโคพูดตาม เสียงสะอึกสะอื้น

แล้วฮีราก็จากไปเพื่อตามหาซูส ทิ้งให้ภูตผู้มีน้ำใจร่ำไห้ พลางรีบเร่งกลับไปยังต้นไม้ที่เธอสิงสถิต ระหว่างทางเธอพบกับแสงส่องประกายคล้ายใบหน้าแห่งเทพ เธอจึงหยุดดู

ไม่มีเทพองค์ใด เพียงเด็กหนุ่มซึ่งอายุพอ ๆ กับเธอ เขามีผมสีเหลืองทองและดวงตาสีแซฟไฟร์แบบเดียวกับแหวนที่ซูสให้เธอมา ทันทีที่เธอเห็นเขาความเศร้าโศกทั้งมวลก็คลายลง และถูกแทนที่ด้วยความปลื้มปีติอย่างมาก ตรงหน้าของเธอคือชายที่เธอตามหามาชั่วชีวิต เขางดงามดั่งชายในฝัน-ชายที่เธอคู่ควร

เธอเต้นรำไปทางนาซิสซัส เขาจึงหยุดและกล่าวขึ้นว่า ขอโทษนะครับ ผมกำลังหาทางออกไปจากที่นี่

ออกไปจากที่นี่... เอโคตอบ

ครับ เด็กหนุ่มบอก ผมหลงอยู่ในป่านี้มาหลายชั่วโมงแล้ว และไม่เจอทางออกไปจากที่นี่

ออกไปจากที่นี่...

ใช่ ผมบอกคุณสองครั้งแล้วนะ ผมกำลังหลงป่า อยากให้คุณช่วยผมหาทาง

ทาง...

นาซิสซัสเริ่มไม่พอใจ นี่คุณหูหนวกหรือเปล่า หรือต้องให้ผมพูดทวนทุกอย่างเลย

พูดทวนทุกอย่างเลย...

ไม่มีทาง ฝันไปเถอะ มันน่าเบื่อจะตาย ผมจะไม่ทำ!

ทำ...

นี่คุณ ผมไม่มีเวลามาเถียงกับคุณนะ ถ้าไม่อยากบอกทางผมก็ไม่เป็นไร ผมแค่กำลังหาว่าใครจะช่วยได้

ใครจะช่วยได้...

นาซิสซัสจ้องเขม็งเธอ แล้วเดินจากไป แต่เธอตามไปโอบเขาไว้ และพยายามจะจูบเขา

ไม่ ๆ อย่านะ นาซิสซัสร้อง พลางผลักเธอออกไป เธอก็เหมือนคนอื่น ๆ ไม่ใช่เหรอ พวกเขาสลบเมื่อเห็นฉัน ส่วนเธอก็ใช้คำพูดโง่ ๆ หยุดนะ! อย่าจูบฉัน

จูบฉัน...

ไม่!

ไม่...

เธอพยายามจูบเขาอีกครั้ง แต่เขาก็ผลักเธออีกครั้ง เธอล้มลงไปนั่งกอดเข่าและร้องไห้ เธอพยายามพูด แต่เธอทำไม่ได้

ไม่ เขาบอก ไปซะ เธอจะรั้งฉันไว้ที่นี่ไม่ได้ ฉันไม่ได้รักเธอ

รักเธอ...

เขาส่ายหัว ก่อนจะเดินจากไป ลาก่อน เขาบอกทิ้งท้าย

ลาก่อน...

เอโคมองตามเด็กหนุ่มจนเขาลับหายไป และเมื่อเขาจากไปแล้วเธอก็รู้สึกหดหู่ เจ็บปวดคล้ายกับมีแผลอยู่ทั่วร่างกาย เธอพูดไม่ได้ เธอจึงอ้อนวอนในใจ

ข้าแต่อโฟรไดท์ เทพีผู้ยุติธรรม ท่านสัญญาว่าจะช่วยเหลือข้า ข้าขอร้องล่ะ ช่วยได้ยินเสียงของข้าแม้ข้าจะพูดไม่ได้ก็ตาม ตอนนี้ที่รักของข้าหายไปแล้ว และข้าต้องหายไปเหมือนกัน ข้าทนแบกรับความเจ็บปวดนี้ไม่ได้

และอโฟรไดท์ซึ่งอยู่ในโอลิมปัสได้ยินเสียงอ้อนวอนนี้ เธอมองลงมายังนางไม้ผู้เศร้าโศก สงสารเธอ จึงทำให้เธอหายไป ร่างกายของเธอสลายกลายเป็นลมเย็น ๆ ความเจ็บปวดของเธอจึงหายไป ทุกสิ่งหายไป...เว้นแต่เสียงของเธอ เพราะอโฟรไดท์ไม่อยากให้เสียงอันไพเราะที่เคยเล่านิทานนั้นหายไป

เทพธิดาแห่งความรักบอกกับเอโคว่า ข้ามอบสิ่งที่เจ้าต้องการให้แล้ว และมีอีกอย่างหนึ่งที่ข้าจะมอบให้...เจ้าใจดีเกินไปที่จะพยาบาทกับความรักที่หักหลังเจ้า แต่ข้าจะช่วยเจ้า ผู้ที่ทำให้เจ้าเจ็บปวดเพราะความรักจะต้องได้รับความเจ็บปวดเช่นกัน เขาจะตกหลุมรักกับผู้ที่ไม่สามารถรักตอบเขาได้ เขาจะตกหลุมรักตลอดไป และไม่มีวันได้รักตอบ

แต่นาซิสซัสไม่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่ว่าจะความโศกเศร้าของเอโคหรือคำกล่าวของอโฟรไดท์ก็ตาม เขากำลังเดินอยู่ในป่า คิดในใจว่า หญิงทุกคนที่ตกหลุมรักข้า...น่าเสียดายที่ข้าไม่สามารถหาใครงดงามเท่าข้าได้ ข้าตัดสินใจแล้วว่าจะไม่มีความรัก และความรักของหญิงทุกคนจะเป็นเพียงสิ่งรบกวนต่อข้า

เขานั่งลงบนชายฝั่งของแม่น้ำ สายธารที่กระจ่างใสเคลื่อนผ่านโขดหิน แสงอาทิตย์ทอดส่องเหนือน้ำ ทำให้มันกลายเป็นกระจกเงา และตอนนั้นเองนาซิสซัสก็มองสายฟ้า เห็นใบหน้าหนึ่ง

เขาขยี้ตาแล้วมองดูอีกครั้ง ใบหน้านั้นยังคงอยู่ ใบหน้าที่สวยงามที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา ด้วยรังสีจากแสงด้านหลังทำให้ดูเหมือนใบหน้านั้นมีผมยาว-คล้ายกับเด็กผู้หญิง เขาจึงไม่รู้ว่านั่นคือเขาเอง เขาจ้องและจ้องแต่ก็ไม่รู้สึกว่าพอ เขารู้ว่าเขาสามารถมองใบหน้านั้นไปตลอดโดยไม่รู้สึกเบื่อหน่าย เขาใช้มือสัมผัสหน้าเธอ แต่น้ำก็แตกกระจายออกและเธอก็หายไป

ภูตแห่งน้ำ เขาคิด ภูตผู้งดงาม- บุตรีแห่งเทพเจ้าสายน้ำ บุตรีที่สวยที่สุด เธอช่างขี้อายเสียจริง เหมือนกับฉัน เธอไม่กล้าที่จะให้ฉันสัมผัส อา เธอมาอีกแล้ว

ใบหน้านั้นกำลังมองเขาจากในน้ำ เขาลองสัมผัสเธออีกครั้ง และน้ำก็แตกกระจายออกเช่นเดิม

ฉันจะอยู่ที่นี่จนกว่าเธอจะรักฉัน เขาบอกกับตัวเอง เธออาจซ่อนตัวอยู่ แต่อีกเดี๋ยวเธอก็จำฉันได้ และออกมา จากนั้นเขาก็พูดด้วยเสียงอันดัง ออกมาสิ ที่รัก

แล้วเสียงของเอโค ผู้ตามเขามาถึงแม่น้ำ ตอบกลับว่า ที่รัก...

ได้ยินไหม! ได้ยินไหม! นาซิสซัสร้องเสียงหลง ยินดีอย่างมาก เธอสนใจฉันเหมือนกัน ใช่ไหม เธอรักฉัน

รักฉัน...

ใช่แล้ว ใช่แล้วล่ะ ในที่สุดฉันก็เจอคนที่จะรักได้เสียที ออกมาสิ ออกมาเลย หรือเธอจะไม่มีวันออกมา

ไม่มีวันออกมา... อีโคบอก

อย่าพูดอย่างนั้นสิ ได้โปรด เพราะฉันจะอยู่ที่นี่จนกว่าเธอจะออกมา ฉันสาบาน

ฉันสาบาน...

เสียงของเธอช่างงดงามดั่งใบหน้า และฉันจะอยู่ที่นี่ตลอดไป ชื่นชมเธอตลอดไป

ตลอดไป...

และนาซิสซัสก็อยู่ที่นั่น จ้องมองใบหน้าในน้ำ จ้องมอง จ้องมอง และจ้องมอง หวังว่าสักวันเธอจะออกมา ฟังเสียงอันไพเราะของเธอที่ตอบกลับ วันคืนผ่านไป เขายังอยู่ตรงนั้นจนขาของเขากลายเป็นรากจมอยู่ในดิน เส้นผมของเขายาวขึ้น พันกัน มีใบโผล่ออกมา ใบหน้าอันซูบผอมและเส้นผมสีเหลืองทองกลายเป็นเกสรสีเหลืองและกลีบสีขาว-ดอกไม้ที่ผู้คนเรียกขานว่า นาซิสซัส ซึ่งจะ