novel

(ตัวหนังสืออ่านยาก? ลดขนาดตัวอักษรได้นะครับ^^) 

ในที่สุดก็เอามาลงให้อ่านกันครับ^^/ กับนิยายที่สัญญากันไว้ Iradium Arm จากผู้เขียน Angel Boy นั่นเอง^^

ก่อนไปอ่านกันขอแพล่มนิดนึง~ วันนี้เพื่อนที่โรงเรียนบอกว่ามีรูปผมในหนังสือพิมพ์ในข่าวฟุตบอลเกมด้วย เราก็งงว่าจริงเหรอ =_____=" แล้วเย็นนี้บอกโฮสต์ว่าเพื่อนบอกมางี้ โฮสต์เลยเปิดหนังสือพิมพ์ดูแล้วก็เจอจริง ๆ ด้วย =[]@! (ตกใจเช่นกัน...) แต่แค่ครึ่งหน้าครับ พอดีคนถ่ายโฟกัสคนข้าง ๆ ที่เชียร์แบบได้ใจมาก ส่วนผมนั่งบุ่ย ๆ ธรรมดา ฮา~*

คราวหน้าจะเอารูปมาให้ดู^^ คราวนี้ไปสนุกสนานกับ Iradium Arm ก่อนดีกว่า~ ผู้เขียนบอกว่าจะตีพิมพ์ราวมกราปีหน้าครับ อ่านแล้วคิดยังไงติชมในบลอคนี้ได้เลยน้อ~* 

ป.ล. เขียนชื่อเรื่องผิดเป็น Iradian Arm ตั้งนาน =______+" ขออำภัย~ 

==================================

 

“ข้าแต่พระเจ้าผู้ทรงฤทธามหาศาล ผู้ครองความยิ่งใหญ่ไพศาลในจักรวาล

แต่ทุกวันนี้ พระองค์กลับปิดพระเนตรพระกัณณ์ ทรงหันหลัง

และเลือกที่จะทอดทิ้ง ลูกแกะไร้ขนที่อับจนไร้หนทาง บนดาวเวมีนแห่งนี้

ไยพระองค์ไม่ประทานวีรบุรุษผู้กล้า มาปกป้องพวกเรา

ดั่งที่พระองค์ทรงตรัสไว้ ในตำนานเมื่อหลายร้อยปีก่อน

ไยจึงละทิ้งพวกเราเสียเล่า พระองค์ทรงเดียดฉันท์ลูกแกะตัวนี้แล้วหรือ..”









ก่อนปฐมบท





ทันทีที่หญิงสาวลืมตา ภาพระบายของท้องฟ้าสีคราม ซึ่งบรรจบกันกับท้องทะเลที่เส้นขอบฟ้า ได้แล่นผ่านเข้ามาในคลองจักษุ ผ่านบานกระจกมุมมองร้อยแปดสิบองศาด้านหน้ายาน นอกจากทะเลกับแผ่นฟ้ากว้างแล้ว ยังมีวงแหวนสีครีมขนาดยักษ์ ที่พาดผ่านผืนนภาของดาวเวมีนแห่งนี้ มันเป็นวงแหวนที่เกิดจากการรวมตัวกันของฝุ่นผง กลายเป็นแนวยาวรอบดวงดาว

หญิงสาวผู้นี้มีเรือนสีดำยาวสลวย ใบหน้ายิ่งสะสวยไร้ตำหนิ กับดวงตาที่ดูอ่อนโยน แต่ทว่าบัดนี้สีหน้าของหล่อนกลับหวาดหวั่นและร้อนรน!

หญิงสาวผู้นี้กำลังนั่งอยู่ภายในยานลำหนึ่ง ขนาดบรรทุกผู้โดยสารได้สี่คน ยานมีรูปร่างประหลาด ด้านนอกของยานฉาบด้วยสีทองแวววาวทั้งลำ ข้างที่นั่งของหล่อน วางไว้ด้วยแคปซูลสีขาว ใส่ทารกผู้มีนัยนตาสีเขียวสุกใส เขายิ้มอย่างเริงร่า หาได้รับรู้ถึงความกระวนกระวายของหญิงสาวไม่!

นัยน์ตาสีเขียวมรกตอันไร้เดียงสาของทารก จับจ้องใบหน้าหญิงสาวซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ขับยาน เขามอง พลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แล้วหัวเราะเอิ๊กอ๊าก หญิงสาวเหม่อมองเด็กน้อยด้วยความอ่อนโยน แต่แล้วก็ทอดถอนใจ

ยานกำลังบินอยู่เหนือโพ้นทะเล หล่อนไม่รู้ว่ามันจะไปยังแห่งหนใด เพียงแต่ว่า เธอถูกสั่งให้พาเขาหนีไป ให้ไกลที่สุดเท่าที่ไกลได้ เพราะเด็กน้อยผู้มีตาสีเขียวมรกตทั้งสองข้างนี้ เป็นเชื้อพระวงศ์ เป็นองค์ชายเพียงหนึ่งเดียวที่เหลือรอด จากอาณาจักรที่กำลังจะล่มสลายเพราะสงคราม!

เสียงสัญญาณหนึ่งดังขึ้น เธออ่านผ่านหน้าจอโฮโลแกรม ปรากฏภาพวัตถุประหลาดกลุ่มใหญ่ไล่ตามยานลำนี้มา ในไม่ช้ายานกลุ่มนั้นบินเข้ามาในระยะมองเห็น เจ้ายานประหลาดขนาดเล็กเหล่านี้ มีลักษณะเป็นทรงกลมสีดำ มันถูกสร้างจากเวทมนต์ของจอมเวท!

ฝูงยานแบ่งกันขนาบข้างล้อมหน้าล้อมหลัง กระสุนเลเซอร์จากยานดังกล่าว ยิงสาดใส่ยานของหล่อนถี่ยิบ! แต่ทว่าไม่เป็นผล เพราะหล่อนสั่งดึงเกราะพลาสม่าขึ้นมาป้องกันได้ทันท่วงที! ยานศัตรูจึงเปลี่ยนเป็นพุ่งชนยานดั่งวัวกระทิง แต่ว่าเธอบังคับยานหลบหลีกอย่างแคล่วคล่องราวกับกระต่ายป่าประเปรียว!

หญิงสาวควานหาแผงควบคุมการยิงซึ่งน่ามีอยู่ แต่อย่างไรก็หาไม่พบ จนทำให้หล่อนนึกเอะใจ ว่ายานโบราณลำนี้คงไม่น่าใช่ยานรบ มันเป็นยานที่อ่อนด้อยทั้งการเร่งความเร็ว แถมยังไม่มีโหมดที่ใช้ในการทำสงคราม แล้วมันถูกสร้างขึ้นเพื่ออะไรกัน?!

หล่อนสังเกตเห็นสวิตช์สีแดง ซึ่งถูกปิดไว้ในครอบแก้ว แต่มันไม่มีอธิบายไว้ในโหมดการบินของหน่วยความจำยานแต่อย่างใด

ฉับพลันนั้นเอง ที่ด้านนอกยาน ปรากฏร่างชายในชุดผ้าคลุมสีดำที่สะบัดตามสายลมอย่างบ้าคลั่ง เขายืนบนหลังคายานศัตรู หญิงสาวเบิกตากว้าง สีหน้าประหวั่นพรั่นพรึง ราวกับหล่อนเพิ่งได้เจอะเจอพญามัจจุราชก็มิปาน!

ภายนอกยานซึ่งมีกระแสลมรุนแรง เพราะยานทั้งสองฝ่ายบินด้วยความเร็วเหนือเสียง แต่สองขาของเขากลับยืนตรึงอยู่ได้อย่างมั่นคงดุจขุนเขา! ทันใด เขากระโดดออกพร้อมกับบินตรงมาที่ยานของหล่อน!

ชายในชุดดำกระโดดขึ้นมาบนตัวยาน และใช้พลังลึกลับบางอย่าง เจาะทะลวงเกราะพลาสม่าจนเกิดเสียงดังชี่ๆ แล้วในที่สุด ผนังเพดานละลายกลายเป็นรูโบ๋ และชายผู้นั้นก็เข้ามาในลำยานจนได้!

เขาเดินมาหาหล่อนพร้อมกับกล่าวว่า

“ส่งเมล็ดพันธุ์สุดท้ายของราชวงค์มาให้ข้าพเจ้า”

“ไม่! จนกว่าข้าพเจ้าต้องแหลกสลายกลายเป็นผุยผงเสียก่อน!”

พลางลุกขึ้นมาขวางเขากับเด็กไว้ สองขากำลังสั่น แต่ใบหน้ากลับแสดงถึงความเด็ดเดี่ยว!

“ถ้าอย่างนั้นท่านจงสลายไปเถอะ!”

ใบหน้าถมึงทึง น้ำเสียงที่ดุดัน เขาจับหญิงสาวกระชากให้พ้นทาง หล่อนปลิวไปราวกับเป็นสิ่งของไร้น้ำหนัก แล้วไปกระแทกกับแผงควบคุมยาน หล่อนถึงกับลุกไม่ขึ้นชั่วขณะ แต่ว่า เพราะชนกับแผงควบคุม หญิงสาวเห็นฝาครอบปุ่มสีแดงเด้งเปิดออก ราวกับมันจ้องมองหล่อน ยั่วยวนหล่อน

กดสิ กดฉันเลย..

ระหว่างนั้น หล่อนเหลือบไปเห็นชายชุดดำกำลังอุ้มแคปซูลที่มีเด็กอยู่ภายในขึ้นมา พร้อมกับส่งเสียงหัวเราะคล้ายคนคลุ้มคลั่ง

ในที่สุด เธอตัดสินใจกดปุ่ม!!

ชายในชุดดำราวกับรัตติกาล คว้าแคปซูลของเด็กน้อยไว้ได้ เมื่อได้ตัวเด็กแล้ว เขาย่อมไม่สนใจนางอีก และตระเตรียมจากไป

หากแต่ว่า มันสายไปเสียแล้ว เพราะยานเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่!

เริ่มแรก ด้านหน้ายานบังเกิดรูหนอนโผล่ออกมาจากอากาศธาตุ ตามมาด้วยกระแสลมปั่นป่วน ตัวยานสั่นสะเทือนไปทั้งลำ!

ต่อจากนั้น ภายในยานเกิดปรากฏการณ์แปลกประหลาด มวลอากาศภายในถูกสูบออกไปทางช่องโหว่ตรงเพดานอย่างรุนแรง ดูดชายชุดดำให้กระเด็นออกไป แต่เขาใช้แขนข้างหนึ่งยึดเกาะขอบช่องโหว่เอาไว้ มืออีกข้างยังหนีบแคปซูลไม่ยอมปล่อย!

หญิงสาวเหนี่ยวเก้าอี้ไว้ด้วยเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ สายตาเฝ้ามองแคปซูลอย่างตื่นตระหนก

ในขณะที่ทุกอย่างกำลังเดินมาถึงจุดวิกฤติ ท่ามกลางกระแสลมดูดอันบ้าคลั่ง หญิงสาวตัดสินใจเฉียบพลัน ตะปบไปที่แผงควบคุมยาน กดปุ่มเปิดเกราะพลาสม่าอีกครั้ง พร้อมกับสปริงตัวขึ้นไป อาศัยแรงดูดของช่องลม แล้วกระชากแคปซูลบรรจุเด็กจากชายชุดดำ!

ชายผู้นั้นจ้องหญิงสาวตาแทบถลน สองสายตาประสานกันในช่วงวินาทีนั้น

ฉับ! ลำตัวนอกเหนือจากแขนซึ่งอยู่ภายนอกตัวยาน ถูกม่านพลังพลาสม่าตัดสะบั้น ชายผู้นั้นปลิวพ้นจากยาน พร้อมกับเสียงร้องโหยหวนไกลออกไปเรื่อยๆ...

หญิงสาวหล่นลงกลิ้งตัวไปกับพื้น นั่งตัวสั่น หล่อนกอดแคปซูลไว้ เห็นทารกยังปลอดภัยไร้เรื่องราว ทำให้หล่อนโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง แต่พอเหลือบเห็นมือกับแขนบางส่วนของชายชุดดำ ซึ่งถูกเกราะพลาสม่าตัดขาด ตกอยู่บนพื้นยาน ก็ให้รู้สึกสยดสยอง

แม้ไม่มีลมดูด แต่ยานยังคงสั่นสะเทือน ตัวยานถูกคลื่นพลังบางอย่างซัดกระหน่ำ ทำให้ยานส่ายไปมา หมุนซ้ายหมุนขวาอย่างไร้ทิศทาง หล่อนพยายามถือคันบังคับไว้ แต่ก็ไร้ประโยชน์ ยานสูญเสียการควบคุมไปแล้ว!

และในที่สุดก็หลุดออกมาจากรูหนอน ยานสงบลงเหมือนวัวที่หายบ้าคลั่ง แต่ทว่า ภาพเบื้องหน้ากลับไม่ใช่ท้องทะเลอีกต่อไป ยานกลับโผล่ที่ดาวสีน้ำเงินดวงหนึ่ง วงแหวนรอบดาวที่หล่อนเคยเห็นมาตลอดก็ไม่มี!?

หญิงสาวตะลึงลาน เธอกอดแคปซูลแน่นด้วยความลืมตัว

ที่แห่งนี้คือที่ใดกัน!? หล่อนยังอยู่ที่ดาวดวงเดิมรึเปล่า!?

ทั้งที่ตื่นตะลึง แต่หญิงสาวก็ประคองยานให้เข้าสู่ชั้นบรรยากาศ สู่ดาวที่หล่อนไม่รู้จัก ยานลดระดับลงเรื่อยๆ จนเห็นทิวเขา เมืองหนึ่ง กับทะเลสาบใสเหมือนผิวกระจก

ในขณะนั้นเอง มือข้างที่ขาดของชายชุดดำ ซึ่งหล่อนไม่ได้สนใจอีกแล้ว มันกลับเริ่มสั่นกระตุก แล้วใช้ปลายนิ้วทั้งห้าคืบคลานตามพื้น เข้ามาใกล้จนได้ระยะ โดยที่หล่อนไม่รู้ตัว มันกระโจนขึ้นไปปิดปากปิดจมูกของหล่อนเสีย!

ด้วยความตกใจ ยังไม่ทันได้ทำอะไร ทันใด! สิ่งที่ไม่คาดฝันรอบสองได้เริ่มขึ้น เมื่อเตาปฏิกรณ์พลังนิวเคลียร์ฟิชชั่น ที่ภายในมีปฏิสสารแขวนลอยในกระบอกสูญญากาศ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนยานได้ดับลง ทำให้ระบบทุกอย่างของยานหยุดทำงาน เกราะสลายและเริ่มปักหัวทิ่มลง ภาพผืนพสุธาเบื้องล่างขยายใหญ่ขึ้นทุกขณะ!

มือเริ่มละลายกลายเป็นสารเหลวชนิดหนึ่ง หล่อนพยายามแกะมือข้างนั้น ทำให้ไม่มีเวลาเปิดสวิตช์เดินเครื่องใหม่ หูเธอได้ยินเสียงตัวยานกระแทกกับผิวน้ำดั่งสนั่น ตัวเธอชนเข้ากับผนังฟากหนึ่งอย่างแรง ยานจมลงไปพร้อมกับน้ำทะลักเข้ามาไม่หยุดหย่อน ก่อนที่หล่อนจะจมน้ำ หญิงสาวได้รวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลือ แล้วโยนแคปซูลออกไปทางรูโหว่ของลำยาน!

"ลาก่อนเจ้าชาย.. หม่อมฉันคง.. ปกป้องพระองค์ได้เพียงเท่านี้ หม่อนฉันขอภาวนาต่อพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ ให้ชาวดาวดวงนี้พบและเก็บพระองค์ไปเลี้ยง ให้มีความสุข.. และห่างไกลจากสงครามนะเพคะ.."

มือที่กลายเป็นของเหลว ได้ห่อหุ้มศีรษะของหญิงสาวเอาไว้ แล้วพยายามซึมผ่านผิวหนังเข้าไป!

แต่เธอกลับยิ้มเยาะ แล้วบอกว่า

“คิดครอบครองร่างข้าพเจ้ารึ! ไม่สะดวกดายอย่างนั้นหรอก! เพราะข้าพเจ้าเป็น ‘แอนดรอยด์’! ”

ว่าแล้วเธอก็คว้าลูกบอลสีเงินออกมาจากกระเป๋ากางเกง

"จงล่มจมไปกับข้าพเจ้าเสียเถิด..."

เธอบิดลูกบอลปฏิกรณ์พลังงานศูนย์องศาสมบูรณ์ มันแตกออกแล้วปล่อยไอเย็นฟุ้งกระจาย

ความเย็นที่ -273.15*c เป็นอุณหภูมิที่ต่ำที่สุด ของสสารทุกชนิดในโลกนี้ สามารถสะกดแช่แข็งการเคลื่อนไหวของทุกสรรพสิ่ง ทำให้ระบบการทำงาน ในร่างกายของแอนดรอยด์สาวหยุดลง ร่างของหล่อนถูกหุ้มไปด้วยชั้นน้ำแข็ง รวมทั้งเจ้ามือเหลวของชายชุดดำ!

ผลึกน้ำแข็งแผ่ขยายไม่หยุดยั้ง จนครอบคลุมไปทั้งลำยาน กลายเป็นคุกก้อนน้ำแข็งขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางสิบเมตร

น้ำแข็งขนาดใหญ่ก้อนนั้น ได้ดิ่งดำลึกลงสู่ก้นทะเลสาบอันมืดมน ราวกับห้วงอนธการอันเป็นนิรันดร์..